วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563


บันทึกครั้งที่ 6

วันจันทร์ ที่ 9 เดือนมีนาคม พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )



องค์ประกอบความคิดสร้างสรรค์

1. ความคิดริเริ่ม (Originality) มายถึง ความคิดแปลกใหม่ไม่ซ้ำกันกับความคิดของคนอื่น และแตกต่างจากความคิดธรรมดา ความคิดริเริ่มอาจเกิดจากการคิดจากเดิมที่มีอยู่แล้วให้แปลกแตกต่างจากที่เคยเห็น หรือสามารถพลิกแพลงให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด ความคิดริเริ่มอาจเป็นการนำเอาความคิดเก่ามาปรุงแต่งผสมผสานจนเกิดเป็นของใหม่ ความคิดริเริ่มมีหลายระดับซึ่งอาจเป็นความคิดครั้งแรกที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครสอนแม้ความคิดนั้นจะมีผู้อื่นคิดไว้ก่อนแล้วก็ตาม
 2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency) หมายถึง ปริมาณความคิดที่ไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
              2.1 ความคล่องแคล่วทางด้านถ้อยคำ (Word Fluency) เป็นความสามารถในการใช้ถ้อยคำอย่างคล่องแคล่ว
              2.2 ความคิดคล่องแคล่วทางด้านการโยงสัมพันธ์ (Associational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดหาถ้อยคำที่เหมือนกันได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ภายในเวลาที่กำหนด
              2.3 ความคล่องแคล่วทางด้านการแสดงออก (Expression Fluency) เป็นความสามารถในการใช้วลีหรือประโยค กล่าวคือ สามารถที่จะนำคำมาเรียงกันอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ประโยคที่ต้องการ
              2.4 ความคล่องแคล่วในการคิด (Ideational Fluency) เป็นความสามารถที่จะคิดค้นสิ่งที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด เช่น ใช้คิดหาประโยชน์ของก้อนอิฐให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนดซึ่งอาจเป็น 5 นาที หรือ 10 นที

3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง ประเภทหรือแบบของการคิดแบ่งออกเป็น
               3.1 ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เป็นความสามารถที่จะพยายามคิดได้หลายทางอย่างอิสระ ตัวอย่างของคนที่มีความคิดยืดหยุ่นในด้านนี้จะคิดได้ว่าประโยชน์ของหนังสือพิมพ์มีอะไรบ้าง ความคิดของผู้ที่ยืดหยุ่นสามารถจัดกลุ่มได้หลายทิศทางหรือหลายด้าน เช่น เพื่อรู้ข่าวสาร เพื่อโฆษณาสินค้า เพื่อธุรกิจ ฯลฯ ในขณะที่คนที่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์จะคิดได้เพียงทิศทางเดียว คือ เพื่อรู้ข่าวสาร เท่านั้น
              3.2 ความคิดยืดหยุ่นทางด้านการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) หมายถึง ความสามารถในการดัดแปลงความรู้ หรือประสบการณให้เกิดประโยชน์หลายๆ ด้าน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ผู้ที่มีความยืดหยุ่นจะคิดดัดแปลงได้ไม่ซ้ำกัน

4. ความคิดละเอียดละออ (Elaboration) หมายถึง ความคิดในรายละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน หรือเป็นแผนงานที่สมบูรณ์ขึ้น ความคิดละเอียดละออจัดเป็นรายละเอียดที่นำมาตกแต่ง ขยายความคิดครั้งแรกให้สมบูรณ์ขึ้น




         EF (Executive Functions) คือ การทำงานของสมองด้านการจัดการ ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในชีวิต โดยอาศัยกระบวนการทางปัญญา (cognitive process) ต่างๆ เช่น การยับยั้งความคิด การแก้ปัญหา การวางเป้าหมาย การวางแผนการปฏิบัติ (goal-directed behavior) การจดจำ ความยืดหยุ่นทางปัญญา (cognitive flexibility) เป็นความสามารถในการควบคุมความคิดตนเอง เช่น มีรูปแบบความคิดที่หลากหลาย การคิดนอกกรอบ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิดและความสนใจตามสถานการณ์ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อน
        กระบวนการทางปัญญาเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ในวัยเด็กตอนต้น ผ่านกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะด้านสังคม อารมณ์ และร่างกายเพื่อช่วยส่งเสริม EF ให้ดีขึ้น เช่นการเล่นดนตรี เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงานของ EF เพราะต้องอาศัยทักษะต่างๆ เช่น การมีสมาธิอย่างต่อเนื่อง ความยืดหยุ่นทางปัญญา การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน (task switching)
        มีผลงานวิจัยใหม่ ๆ
EF หรือ Executive Functions จะประกอบด้วย ทักษะ 9 ด้าน คือ 

กลุ่มทักษะพื้นฐาน
    1. Working memory = ความจำที่นำมาใช้งาน หรือ ความสามารถในการเก็บประมวล และดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ
    2. Inhibitory Control = ความสามารถในการยั้งคิดไตร่ตรองควบคุมแรงอยาก หยุดคิดก่อนที่จะทำหรือพูด
    3. Shiftingหรือ Cognitive Flexibility = ความสามารถในการยืดหยุ่น พลิกแพลง ปรับตัว เป็นจุดตั้งต้นของการคิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์

กลุ่มทักษะกำกับตนเอง
    4. Focus Attention = ความสามารถในการใส่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก
    5. Emotional Control = ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับอารมณ์ไม่ให้รบกวนผู้อื่น ไม่โกรธเกรี้ยวฉุนเฉียว ขี้หงุดหงิดง่าย จัดการกับความเครียดความเหงาได้ มีอารมณ์มั่นคง และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น
    6. Self-Monitoring = คือ การประเมินตนเองรวมถึงสะท้อนผลการทำงาน เพื่อหาจุดบกพร่อง แล้วแก้ไขพัฒนาให้ดีขึ้น การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ เริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบโครงสร้าง จนถึงการแตกเป้าหมาย ให้เป็นขั้นตอน รวมถึงรู้ตัวว่า กำลังทำอะไร  ได้ผลอย่างไร 


กลุ่มทักษะปฏิบัติ
    7. Initiating = ความสามารถในการริเริ่มและลงมือทำ กล้าคิดกล้าทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
    8. Planning and Organizing = การวางแผนและดำเนินการตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย เห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบ จนถึงการดำเนินการ และประเมินผล
    9. Goal- Directed Persistence = ความพากเพียรให้บรรลุเป้าหมายมุ่งมั่น ฝ่าฟันอุปสรรคและล้มแล้วลุกได้ เมื่อตั้งใจและลงมือทำแล้ว มีความมุ่งมั่นบากบั่นไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ

       
ผลการสร้างสรรค์ในชั้นเรียน










ประเมินตัวเอง :ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนเข้าเรียนตรงเวลาและทำกิจกรรมทันเวลากำหนด
ประเมินเพื่อน :มีส้วนร่วมในการเรียนที่ดีไม่คุยกัน

ประเมินอาจารย์ :อธิบายบรรยายได้อย่างลึกซึ่งพร้อมนำกิจกรรมมาให้ทำทุกคลาส







บันทึกครั้งที่ 5

วันจันทร์ ที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )


🔺อาจารย์มอบหมายงานโดยให้นักศึกษาจับกลุ่ม และค้นหากิจกรรม สร้างสรรค์ คณิตศาสตร์ 1 กิจกรรม พร้อมเปลี่ยนแปลงกิจกรรมให้สามารถใช้กับเด็กได้


โดยการทำสื่อ จะเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ รีไซเคิล และไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก

ประเมินตัวเอง :มีการค้นหาสื่อที่หลากหลลายพร้อมมีคำถามแและคอยปรับแก้เสมอ

ประเมินเพื่อน :มีความตั้งใจหากิจกรรมและเสนอความคิดสร้างสรรค์กิจกรรมของแต่ละกลุ่ม
ประเมินอาจารย์ : มีคำแนะนำที่ละเอียดคอยช่วยเหลือปรึกษาในเรื่องกิจกรรมสร้างสรรค์







บันทึกครั้งที่ 4

วันจันทร์ ที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )




งดคลาส 
เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชยของวันมาฆบูชา



บันทึกครั้งที่ 3

วันจันทร์ ที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )
🔺อาจารย์มอบหมายงานโยให้เชือกนักศึึกษาคนละ 1 เส้น โดย โยนแล้วเชือกหล่นลงมาเป็นรูปแบบใด ให้นักศึกษา เลียนแบบเชือกนั้น
🔺อาจารย์มอบหมายงานให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม โดยนำเชือกที่มีขนาดแตกต่างกันของแต่ละคน มาประกอบต่อติดกันเป็น เรือ 1 ลำ
🔺อาจารย์มอบหมายงานโดยให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม แบะนำเชือกนั้นมาประกอบปะติดกันเป็นรูปเรือโดยี่เพื่อนๆต้องเข้าไปนั่งและให้นำหนังสือพิมที่ได้รับจากอาจารย์ มาตกแต่งแม่ย่านางประจำเรือของตน




ได้รับบทเป็นแม่ย่านางประจำเรือ 

โดยนำเสนอเรือตัวเองพร้อมพายเรือเป็นจังหวะให้พร้อมเพียงกัน













ประเมินตัวเอง :เข้าเรียนตรงเวลา มีการทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน :ตั้งใจฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนในห้อง
ประเมินอาจารย์ : การสอนที่ไม่น่าเบื่อกิจกรรมน่าสนใจดึงดูดให้อยากทำต่อไปเรื่อยๆ












วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563



บันทึกครั้งที่ 2
วันจันทร์ ที่ 27 เดือนมกราคม พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )


ความหมายของความคิดสร้างสรรค์
         ความคิดสร้างสรรค์เป็นการคิดอย่างอิสระในเชิงนวัตกรรมจินตนาการ และความคิดหลายทิศทาง คิดคล่อง ความคิดยืดหยุ่น ความคิดริเริ่ม ความคิดละเอียด


คุณค่าของความคิดสร้างสรรค์
       
       1.คุณค่าต่อสังคม → การที่ได้คิดสร้างสรรค์ที่ประสบผลสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อสังคม
       2.คุณค่าต่อตนเอง → การคิดสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่จนก่อให้เกิดความภาคภูมิใจต่อตนเอง
       3.ความคิดสร้างสรรค์นำความสนุก → เกิดความเพลิดเพลินขณะที่เล่น
       4.ลดความเครียดของอารมณ์ → ทำตามความคิดทำให้ลดความเครียดและความกังวล
       5.มีความภูมิใจและเชื่อมั่นด้วยตัวเอง → การที่เด็กได้ลงมือทำด้วยตัวเองจะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง
       6.ความคิดสร้างสรรค์นำมาซึ่งความเป็นผู้นำ → หากทำการที่เป็นหมู่ขณะและเป็นที่ยอมรับสร้างความรู้สึกบทบาทความเป็นผู้นำได
       7.ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง → เด็กได้คิดได้ทำได้เฝ้ามองผลงานของตนเองแบบที่ใช้ความคิด ความุ่งมั่น
       8.ส่งเสริมสุนทรียภาพ → การชื่นชมผลงานหัดให้เด็กสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว
       9.สร้างนิสัยในการทำงานที่ดี → การทำงานรึเล่นควรคำนึงถึงระเบียบวินัยในการทำงานที่ดี
     10.พัฒนากล้ามเนื้อมือ → จากการประดิษฐ์ ชิ้นงาน หยิบจับสามารถพัฒนากล้ามเนื้อมือได้
     11เปิดโอกาสเด็กได้สำเร็จ → เด็กมีโอกาสพัฒนาการทดลองของตนเอง


🔺 อาจารย์ได้มอบหมายงานให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม ให้นักศึกษาสร้างเกณฑ์ในการเรียงลำดับ โดยที่ร่างกายต้องติดและสัมผัสกัน และกิจกรรมต่อไปให้นักศึกษาต่อตัวกันเป็นเรือ

ผลงานการทำกิจกรรม
      














ประเมินตัวเอง : ตั้งใจฟังและร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์มอบหมายได้แสดงความคิดเห็น
ประเมินเพื่อน : มีส่วนร่วมในการคิดสร้างสรรค์ที่ดี

ประเมินอาจารย์ : กิจกรรมค่อนข้างดีประโยชน์แทรกความรู้ทุกกิจกรรม






บันทึกครั้งที่ 1

วันศุกร์ ที่ 7 เดือนมกราคม พ.. 2563
( 12.30 - 15.30 )






ทักษะการคิด (Thinking skill) มีรูปแบบต่างๆ ได้แก่


1. การคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)  หมายถึง กระบวนการคิดในรูปแบบใหม่ๆ ความสามารถในการรับรู้ความคิดใหม่ ๆ และนวัตกรรมโดยแยกออกจากความคิดทฤษฎีกฎและขั้นตอนการทำงาน มันเกี่ยวข้องกับการวางสิ่งต่างๆด้วยกันในรูปแบบใหม่และจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์มักเรียกกันว่า "การคิดนอกกรอบ"

2. การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในรายละเอียด ความสามารถในการแยกแยะส่วนต่างๆออกเป็นส่วนพื้นฐาน หรือส่วนย่อยๆ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความเชื่อมโยง หรือความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ  เป็นการคิดในเชิงตรรกะทีละขั้นตอนเพื่อแบ่งระบบข้อมูลขนาดใหญ่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อมาวิเคราะห์หาสาเหตุ หรือเป้าหมายที่ต้องการ

3. การคิดเชิงอย่างมีเหตุผล (Critical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดโดยใช้วิจารณญาณหรือการตัดสินอย่างมีเหตุผลรอบด้าน  โดยใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ประเด็น รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลต่างๆรอบด้าน การสำรวจองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อาจมีอิทธิพลต่อข้อสรุป เพื่อตรวจสอบพิจารณา ตัดสินและประเมินความถูกต้อง หรือสิ่งที่เป็นประเด็นในขณะนั้นๆ ให้แม่นยำ

4. การคิดเชิงกลยุทธ์ (strategic thinking) หมายถึง กระบวนการคิด โดยการวิเคราะห์และประเมินเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อตัดสินใจให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

5การคิดเชิงบวก (Positive thinking) หมายถึง กระบวนการคิดและเข้าใจในสิ่งที่เป็นทั้งด้านบวกและด้านลบ  แล้วหาเรื่องราวดีๆ หรือมุมบวก ในเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเจอ   เพื่อยอมรับ เรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข และให้เราเติบโตขึ้น

6การคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative thinking) หมายถึงกระบวนการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและนวัตกรรม จากทักษะและกระบวนการคิดแบบต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้คน สังคม โลก ออกมาเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้

7การคิดเชิงระบบ (System thinking) หมายถึง กระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน การมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อยๆ มีขั้นตอน และรายละเอียดแยกย่อยออกมา และเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ

 อาจารย์ได้แจกกระดาษพร้อมกำหนดโจทย์ วาดกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม 3 รูป เป็นแนวนอน และให้วาดพร้อมเติ่มโดยที่สร้างสรรค์ภาพแปลกใหม่ต่างจากรูปทรงที่เคยเป็น





ประเมินตัวเอง :ตั้งใจฟังอาจารย์ คอยบันทึกลงในโน้ต และเข้าเรียนก่อนเวลาไม่มาสายมีส่วนกับกิจกรรมของอาจารย์
ประเมินเพื่อน :เพื่อนๆทุกคนแต่งตัวได้ถูกต้องและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมตามเวลาที่กำหนด

ประเมินอาจารย์ : การสอนวันแรกอาจารย์ถามความรู้พื้นฐาน และอาจารย์มีกิจกรรมให้ทำพร้อมแทรกความรู้ลงไปในกิจกรรม




บันทึกครั้งที่  13 วันศุกร์ ที่ 24   เดือนเมษายน พ . ศ . 2563 ( 12.30 - 15.30 ) คุณลักษณะทางความคิดสร้างสรรค์ของครูปฐมวัย ...